มาใหม่! กิริยาทางสังคมบกพร่อง กำลังแพร่หนักสู่สังคมเมืองไทย

   ในหมู่กลุ่มประชากรวัยหนุ่มวัยสาวและวัยทำงานในเขตเมืองหลวง ในต่างประเทศพบมากในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น ซานฟรานฯ ลองเช็คกันหน่อย เพื่อนๆ มีอาการกลุ่มนี้กันหรือเปล่า?

 

ท่าทางของโรค

 

ระดับต้น

   ผู้ป่วยจะมีอาการนิ่งเฉย ไม่ตอบสนองต่อการมีความสัมพันธ์ปกติจากคนรอบข้าง เช่น การปฏิสันถาน การขอบใจ หรือความอนุเคราะห์จากภายนอก แต่ระบบประสาท (drag) ของผู้ป่วยจะมีความไวเป็นพิเศษหากเจอสิ่งเร้าใจในทางลบ หรือเครื่องกระตุ้นที่ตัวเองไม่พอใจ โดยจะมีอาการสนองตอบอย่างหนักทันทีที่ไม่ถูกใจบางอย่าง เรียกสั้นๆว่า “เหวี่ยง”

 

ในขั้นที่สองของโรค

   ผู้ป่วยจะไม่สามารถทำการแสดงออกถึงมารยาทพื้นฐาน เช่น การขอบคุณ การขอโทษ การรับการปฏิสันถาน การยิ้ม การตอบปัญหาทั่วไปในชีวิตทุกวัน หรือการให้การช่วยกันกับงานของส่วนกลางได้ และไม่สามารถแสดงความสงสาร หรือเอื้ออาทรต่อผู้อื่นได้ หากไม่มีผลกำไรตอบแทน

 

   แต่เราจะพบสมรรถนะในการแสดงออกอย่างก้าวร้าว ตำหนิ นินทาว่าร้าย เรียกร้องความเอาใจใส่ แย่งซีนสามัญชน มากขึ้นถึง 7 เท่าของคนทั่วไป

 

ส่วนในขั้นสุดท้ายของโรค

   ผู้ป่วยจะมีอาการขัดขวางสังคมอย่างเห็นได้ชัด เหตุ+ผล จะหายไป โดยสัญชาตญาณของความเห็นแก่ได้จะเข้ามาผลัดเปลี่ยน อาการข้างนอกเห็นได้จากหน้าตาที่ถมึงทึง ขุ่นเคืองตลอดเวลาในทุกสภาวการณ์ บางรายมีท่าเดินที่ดูแปลกผิดปกติ อันเกิดจากบุคลิกลักษณะที่เสื่อมไปจากการไม่แคร์ภาพภายนอกของตน

 

   ผู้ป่วยจะมีแรงผลักดันอย่างรุนแรงที่จะคัดค้านกติกามรรยาทของสังคม หรือเรียกร้องแสดงวาจาก้าวร้าวต่อผู้อื่นโดยไม่มีต้นเหตุอันควร รวมถึงการแสดงความดูถูก ปรามาส พูดจาตอกหน้าผู้อื่นด้วยความตั้งใจ โดยเฉพาะกับคนที่ดีต่อผู้ป่วยก่อน เช่น เปิดประตูให้ ลุกให้นั่งบนรถโดยสารประจำทาง กล่าวคำทักทาย นำของขวัญมาให้ หรือแสดงไมตรี ความใฝ่ใจ ห่วงใยต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ และผู้ป่วยบางรายมักเกิดความพึงพอใจ เมื่อได้ค่อยขาดคนที่ปฏิบัติดีในสังคมว่า สร้างภาพ โลกสวย

 

สามัญชนที่เข้าข่าย

 

   มีอาการเห็นว่าตนเองเด่นที่สุดในโลก คือมองงว่าตนเองเด่นเกินกว่าจะต้องลดตนเองลงไปทำดีกับใคร ตนเองสำคัญจนไม่จำต้องต้องเคารพกติกามรรยาท กาละเทศะใดๆ ในสังคม เนื่องจากว่าเป็นหน้าที่ของคนรอบตัวที่ต้องคอยมาเอาอกเอาใจตัวเพียงคนเดียว ส่วนกลุ่มที่ 2 มักมีปมด้อย ดูถูกตัวเองอย่างสุดขีดจึงเกิดแรงพลักดันอารมณ์แย่ของตนไปให้ผู้อื่นได้รับทุกข์ทรมารด้วย เพื่อความหนำใจลึกๆ หรือชอบอวดตัวเองอย่างไม่เต็มเต็ง ขายความเสร่อ ความรำคาญ ซึ่งเป็นความสลดใจแก่ผู้ประสบ

 

   ในผู้ป่วยที่มีอาการน่ากลัว ชี้ช่องทางให้งดหรือลดการใช้ social network ลงสักช่วงหนึ่ง เพื่อคุ้มกันไม่ให้นิสัยช่วงชิง เรียกร้องความเอาใจใส่และท่าทางก่อกวนสังคมกำเริบ และออกไปมีเพื่อนจริงๆ ที่ไม่วิกลจริตบ้าง

 

ขอบคุณประกาศที่ Sanook.com